เกี่ยวกับสุนัขพันธุ์ Bull Terrier

เกี่ยวกับสุนัขพันธุ์ Bull Terrier

April 10, 2018 NEWS 0

บลูเทอเรีย เป็นหมาสายพันธ์ที่มีขนาดเล็กที่สุดในตระกูลเดียวกันของ “เทอเรีย” หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่ามิเนเจอร์ บูลเทเรีย” มีลักษรณะส่วนหัวที่โด่ดเด่นกว่าสายพันธ์อื่น ๆ อย่างเห็นได้ชัด ด้วยใบหน้าอันคล้ายกับไข่ไก่ หากมองจากด้านหน้าของมัน ส่วนกะโหลกด้านบนมีความแบนเรียบบวกกับส่วนโค้งยาวมาจนสุดปลายจมูก

ขากรรไกรของเจ้าตูบตัวนี้มีความแข็งแรงอย่างมาก พร้อมกับเบ้าตาสามเหลี่ยมขนาดเล็กอันเป็นเอกลักษณ์ของตัว มีรูปร่างอ้วนท่วมกำยำ เต็มไปด้วยกล้าม ส่วนใหญ่สีของเจ้าบูลเทอเรียมักจะเป็นสีขาว สีแดง สีเทา สีดำ หรืออาจจะผสมกันระหว่างสีเหล่านี้

นิสัยของบูลเทอเรียมีทั้งแบบขี้เล่น ชอบความเป็นอิสระ รวมถึงความดื้อก็เป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้ของมัน จึงไม่เป็นตัวเลือกที่นิยมสำหรับคนเลี้ยงหมามือใหม่ ถึงแม้ว่าพวกมันจะมักจะซนอยู่บ่อย ๆ แต่เข้ากับผู้คนได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะกับเด็ก ๆ ภายในบ้าน หากมันได้รับการฝึกซักหน่อยก็พร้อมที่จะออกสู่โลกว้าง อยู่กับเพื่อนสุนัขหรือสัตว์สายพันธ์อื่น ๆ ได้ โดยเจ้าของไม่ต้องกังวลมากนัก ในปี 2008 จากการศึกษานิสัยอย่างเป็นทางการของบูลเทอเรีย ในประเทศเยอรมัน ได้มีความเห็นอย่างชัดเจนว่าพวกมันมีนิสัยไม่ต่างจากสายพันธ์โกลเด้น รีทรีฟเวอร์ เลย

เรื่องที่เป็นปัญหาสำหรับสุนัขสายพันธ์นี้คืออาการหูหนวก ที่มักจะเกิดกับลูกสุนัขผิวขาว คิดเป็นประมาณ 20.4% ส่วนผิวสีมีโอกาสประมาณ 1.3% เป็นอาการที่สังเกตุ แต่โดยส่วนใหญ่แล้วเป็นกันตั้งแต่ยังเด็ก นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงต่อโรคภูมิแพ้ผิวหนัง จากเห็บ หรือแมลงกัดต่อย โดยเฉพาะยุงและเล็น
การกำจัดปัญหาเหล่านี้ทำได้โดยการอาบน้ำให้กับมันทุกสัปดาห์ อายุของบลูเทอเรียจะเฉลี่ยอยู่ที่ 10 ปี จนถึงอายุ 15 ปี ซึ่งเป็นอายุขัยสูงสุดของสุนัขที่มีสุขภาพดี

แต่เดิมรากเหง้าของเจ้าบลูเทอเรียชื่อ บลูแอนเทอเรีย ที่เกิดจากการผสมระหว่างสุนัข โอลด์อิงลิชบลูด็อก กับ โอลด์อิงลิชเทอเรีย มีจุดประสงค์เพื่อนำมาใช้ในการควบคุมพาหะโรค โดยเฉพาะจากพวกหนูที่เป็นตัวนำเชื้อโรคต่าง ๆ เข้ามาจากท่อระบายน้ำ และก่อให้เกิดโรคระบาดมากมายในช่วงยุคศตวรรษที่ 19 รวมไปถึงการนำไปแข่งขันในกีฬาต่อสู้ระหว่างสุนัข ที่จะให้สุนัขต่อสู้กันเองจนกว่าจะตายกันไปข้าง

การผสมกันระหว่างสุนัขทั้งสองสายพันธ์ทำให้พวกมันมีความเร็วที่มากขึ้น และมีความกระฉับกระเฉง บวกกับนิสัยที่ดื้อรั้นจากบลูด็อกทำให้เหมาะกับการเป็นนักล่าเป็นอย่างยิ่ง หลังจากนั้นก็มีนักผสมมากมายที่จับหมาทั้งสองมาผสมพันธ์กันเพื่อให้ได้สายพันธุ์ที่มีความแข็งแกร่ง จนสุดท้ายก็ออกมากลายเป็นสุนัขพันธ์บลูเทอเรียในปัจจุบัน ที่มีขนาดเล็กกว่าเลี้ยงง่าย แต่แข็งแรงไม่แพ้กัน